Posted by: iamia on: ตุลาคม 20, 2008
เจ้าของบล็อกหายไปกับกระแสสังคมสักพักใหญ่
บวกกับการงานรุมเร้าให้กลางคืนไม่ได้มีสมาธิเขียนบล็อก
หายไปราวกับทิ้งบล็อกให้ร้างเลยทีเดียว
บัดนี้ กลับมาแล้ว คนอ่านหายกันไปหมดหรือยังน้อ แฮ่
ว่าจะอัพเดทบล็อกสั้นๆสลับกับบล็อกยาวๆดีกว่า
ไม่งั้นเขียนบล็อกยาวๆทีไร
ต้องหาจังหวะว่างงาน จะได้มีสมาธิต่อเนื่องยาวๆนานๆ ในการอัพ
วันนี้เรามาว่าด้วยการ “เก็บข้อมูลจากผู้ใช้”
เป็นการฉลองตีมใหม่ก็แล้วกัน
ทนใช้อันเก่าอยู่ได้ตั้งนาน
นักพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และระบบแทบจะร้อยทั้งร้อย
ต้องเจอกับประสบการณ์ฝันหวานอย่างเรื่องลูกค้าเปลี่ยนแปลงโดยถ้วนหน้ากันแล้ว
บางคนจึงคร้านจะคุยกับลูกค้า นั่งเทียนเอาเองง่ายกว่าเยอะเลย
และหลายๆครั้งก็ประสบพบเจอว่า นั่งเทียนหรือถาม ก็มักจะมีค่าเท่ากัน
ประเด็นคือ ปรกติแล้ว เรามักจะเจอลูกค้า หรือผู้ใช้ที่ไม่รู้หรอกว่าต้องการอะไรกันแน่
ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราๆที่จะต้องคิดว่าจะทำอะไรให้ลูกค้าดี
เช่น ลูกค้าอาจจะคิดแค่ว่า เขาอยากได้กาต้มน้ำที่ทำให้น้ำเดือดเร็วๆ
ถ้าเราฟังลูกค้ามาแค่นี้ เราก็สามารถที่จะผลิตกาต้มน้ำที่ทำให้น้ำเดือดเร็วๆได้
เพราะเรามี know-how ในการทำกาต้มน้ำอยู่แล้ว
แต่ความแตกต่างก็คือ
เราไม่เคยรู้ว่าลูกค้าแขนไม่ค่อยดี เดินลำบาก หูตึง บางทีก็ให้หลานตัวเล็กๆยกให้
และนั่นเป็นสิ่งที่ชี้วัดว่า
กาต้มน้ำที่เราผลิตนั้น ลูกค้าใช้งานแล้วจะดีร้ายเด่นด้อยปลอดภัยอันตรายขนาดไหนกัน
เส้นบางๆระหว่างการ”ทำได้” กับการ”ทำได้ดี” มันอยู่ตรงนี้ล่ะ
นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องมานั่งเก็บข้อมูลจากผู้ใช้กัน
การเก็บข้อมูลจากผู้ใช้
ไม่ได้แปลว่า เราต้องไปเอาผู้คนมาจำนวนหนึ่ง
แล้วเก็บไว้ในห้องที่เราเตรียมไว้ แล้วให้ทำสิ่งที่เราต้องการ
เราเคยทำ focus group อยู่ 2 ครั้ง
ในแบบที่จับมานั่งในห้องที่กำหนด
แต่ด้วยการทำงานช่วงหลังๆ ที่ใช้วิธีวิ่งไปคุยกับผู้ใช้ถึงที่ทำงาน
ก็พบว่า เออ มันจริงกว่ากัน
เราจะได้เห็นทั้งซีนการทำงานของเขา
สิ่งที่อยู่บนโต๊ะเขาทั้งหลาย เอกสารที่ใช้งานจริง
ประสิทธิภาพของเครื่องที่เขาใช้อยู่จริง
รวมไปถึงความชำนาญและความเคยชินในการใช้งานที่เครื่องของเขาเอง
การได้มาซึ่งข้อมูลจากผู้ใช้ในกรณีนี้ จะมาจากสองทางได้แก่
1. การสอบถาม
2. การสังเกตการณ์
การสอบถาม ก็อย่างเช่น การถามประชาชนว่าเลือกตั้งคราวนี้ จะเลือกใคร
การถามสาวๆว่า ในแต่ละเดือน ใช้จ่ายไปกับอะไรเป็นส่วนใหญ่
เป็นการเก็บข้อมูลในมิติของ “ความคิดเห็น” (Attitudinal)
นั่นคือข้อมูลที่ให้จากการที่เขาคิดว่าเขามี เขาเป็น เขาทำ
บางคนอาจจะงงว่า อ้าว ก็แล้วไง
คนบอกว่าเลือกพรรคสีส้ม มันก็คือข้อมูลว่าคนๆนั้นเลือกพรรคสีส้ม
หญิงสาวบอกว่าเธอใช้จ่ายไปกับมะม่วงดองมากที่สุด
มันก็คือข้อมูลว่าเธอซื้อมะม่วงดองเป็นจำนวนเงินมากที่สุด
ซึ่งเอาเข้าจริงๆแล้ว อาจจะทำตามนั้นหรือไม่ก็ได้
เพราะมันคือสิ่งที่เขาคิดว่าเขาทำ
แต่ก็ไม่ใช่ว่า เป็นข้อมูลที่เชื่อถือไม่ได้
เพียงเราต้องเข้าใจว่า มันเป็นข้อมูลระดับความคิดเห็น
ซึ่งเราอาจจะต้องมานั่งกรองกับผู้ใช้อีกทีหนึ่งว่า
มันเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นไปตามที่คิดเห็นจริงๆหรือไม่
ส่วนการสังเกตการณ์ ก็เทียบกับการดูผลการเลือกตั้งของจริง
หรือการที่ไปเห็นหญิงสาวซื้อของจริงๆ
เอาเข้าจริงประชาชนอาจจะเลือกพรรคสีฟ้ามากกว่า
หรือหญิงสาวที่บอกว่าเอาเงินส่วนมากไปซื้อมะม่วงดองนั้น
เอาเข้าจริงแล้ว เธออาจจะละลายเงินไปกับเสื้อผ้าที่ลดราคามากกว่าก็ได้
นี่คือข้อมูลที่เก็บขึ้นในมิติของ [...]
Posted by: iamia on: กรกฎาคม 13, 2008
ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ วิญญาณททท.เข้าสิง
ทำให้ได้สำรวจเว็บของหลายๆโรงแรมและรีสอร์ท
บางเว็บก็ทำให้คันมือ อยากจะขออาสาทำให้ใหม่ (แล้วได้พักฟรีสักสามปี)
บางเว็บก็พร้อมสรรพ พร้อมราคาอันน่าตกใจ
แต่อะไรก็ไม่ทำให้หงุดหงิดเท่าเว็บรีสอร์ทที่ไม่บอกราคา
เรื่องราคานี่ ถ้าคิดแบบเก่า ก็จะคิดว่าไม่ให้คนอื่นรู้ราคา เดี๋ยวจะมาตัดราคากันง่ายๆ
แต่ในยุคอินเทอร์เน็ตแล้วน่ะ ราคาหาได้ง่ายเพียงแค่กูเกิ้ล
แล้วเป็นเพราะกูเกิ้ลนี่แหละ
ถ้าเว็บรีสอร์ทของคุณไม่บอกราคา
ก็ใช่ว่าคนอื่นเขาจะง้อรีสอร์ทของคุณไง
เพราะเดี่ยวนี้ ธุรกิจท่องเที่ยว รีสอร์ท ฟาดฟันกันชัวะๆ
ผู้ซื้อมีทางเลือกมากมาย
หรือถ้ารีสอร์ทคุณน่าพักจริงๆ เป็นหนึ่งเดียวในละแวกที่ให้ user experience ได้อย่างนี้
ก็ไม่มีเหตุผลที่คุณจะปิดบังราคาหน้าเว็บอยู่ดี
โอเค ถึงสุดท้ายเราจะไปจองห้องกับเอเจนซี่ที่ราคาถูกกว่า
เราก็อยากจะทราบราคาที่เขาตั้งเอาไว้เป็นเพดานอยู่ดีอะนะ
และการตั้งราคาเป็นเพดานอย่างนี้
ก็ทำให้คนที่ไปเข้าเว็บเอเจนซี่เพื่อจองห้อง
จะมีความรู้สึกว่า เขามีโอกาสที่จะได้เช่าห้องพักของคุณในราคาถูกลงมากด้วย
(ถึงราคาในเว็บเอเจนซี่จะเป็นราคาที่แท้จริงก็เถอะ)
ทำให้เขาตัดสินใจจองได้เร็วยิ่งขึ้น ส่งเสริม impulse purchase ได้ในอีกทางหนึ่งอีกต่างหาก
นอกจากดูเว็บรีสอร์ทเองแล้ว
เรายังต้องการอะไรอีก
ใช่แล้ว เรายังต้องการความคิดเห็นของคนที่เขาเคยไปมา
เราอยากรู้ว่ามันดีอย่างที่เว็บเขาวาดฝันไว้ให้เรา
(ด้วยมุมหากินของรีสอร์ท) หรือเปล่า?
ก็ยุคนี้น่ะ คนตัวเล็กๆอย่างเรา ก็มีอิทธิพลกับคนอื่นนะ
บริษัท Opinion Research Corporation
ได้ทำวิจัยสำหรับผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ใน US เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ถึงอิทธิพลของ Consumer review
ปรากฏว่า 61% ของจำนวนผู้ซื้อทั้งหมดที่สำรวจ บอกว่า
เขาจะหา online review จากบล็อก กระทู้ และจาก feedback ที่ออนไลน์ตามเว็บต่างๆ
ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ
Search Engine เป็นเครื่องมือที่นิยมในการค้นคว้าหาข้อมูลเหล่านี้
และใน 61% นี้ ประมาณ 80% ตอบว่า ข้อมูลเหล่านี้ มีผลต่อการซื้อของพวกเขา
Linda Shea, senior [...]
Comments