Posted by: iamia on: พฤศจิกายน 10, 2008
เดือนที่แล้ว ขึ้นรถเมล์ปรับอากาศแถวบ้าน
ด้วยความที่ขึ้นทีไร ก็ไม่เกิน 14 บาท
อยู่ๆรถเมล์คันนี้ก็เก็บ 16 บาท ทางเดิม ป้ายลงป้ายเดิม
เลยเกิดอาการ”เอ๊ะ” กับคุณกระเป๋า
คุณกระเป๋าทำหน้าให้โหดยิ่งขึ้น
แล้วพูดมาสามพยางค์เหมือนเดิม
“สิบหกบาท”
โถ่ ลูกหมาอย่างเราจะทำอะไรได้
นอกจากจ่ายๆไปซะ
แล้วก็นั่งขดๆเงียบๆอยู่ห่างๆพี่กระเป๋าหน้าหูด (โหด + บูด)
เราเก็บความสงสัยเอาไว้ แล้วพอถึงป้าย
ก็ลงเดินไปเข้าออฟฟิศ เปิดเว็บขสมก.
แอบชมเว็บขสมก.ว่ามีแบบฟอร์มให้ติดต่อด้วย
ว่าแล้วก็กรอกคำถามเข้าสู่ฟอร์มในหน้า Contact Us
อุตส่าห์จำทั้งหมายเลขรถ และหมายเลขทะเบียนรถ
บอกอย่างละเอียด ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ต้องการเพียงแค่ตอบคำถามว่า เราเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า
วันต่อมา ก็ค้นพบเองว่า
รถเมล์ยูโร 2 จะแพงกว่ารถเมล์อื่น
ทั้งที่เป็นรถเมล์ปรับอากาศเหมือนกัน
ขึ้นป้ายเดียวกัน ลงป้ายเดียวกัน เส้นทางเดียวกัน
ขนาดขึ้นรถเมล์หลายครั้งหลายหนยังไม่รู้เลยว่ารถปรับอากาศแต่ละแบบก็เก็บต่างกันด้วย
ทั้งชีวิตจำได้แค่ว่า รถปรับอากาศ กับไม่ปรับอากาศ มีค่าโดยสารที่ต่างกัน
และจนป่านนี้ ก็ยังแยกไม่ออกว่า รถคันไหนคือยูโร 2
จนกระทั่งเขาเก็บค่าโดยสาร ถึงจะร้องอ๋อ
หลังๆแทนที่จะให้เงินพอดีค่าโดยสาร
ก็เลยต้องให้เป็นธนบัตรยี่สิบบาทแทน
จะเอาเท่าไหร่ก็เอาไป จะทอนเท่าไหร่ก็ทอนมา
หนึ่งเดือนกว่าๆผ่านไป
คำตอบคงจะหายไปกับสายไฟตรงไหนสักที่แล้วกระมัง
(ไม่ต้องพูดถึงโทรศัพท์เลย
เคยโทรไปถามทางแล้ว โดนดุอีกต่างหาก)
แม้ว่าจะเป็นสถานการณ์ปรกติเมื่อเราติดต่อกับทางราชการผ่านทางเว็บไซต์
แต่มันก็ยังไม่แก้ข้อสงสัยว่า “ไม่มีใครดูแล้วมันจะทำไปทำไม(ฟะ)”
ถ้าให้ลองนึก scenario ในการทำเว็บไซต์ขสมก.ดู
ก็อาจจะเป็นประมาณว่า…
คนทำ: พอดีเรามีส่วนสร้าง contact us form อยู่แล้ว
ถ้ามีคนอยากติดต่อเราจะได้ผ่านทางหน้าเว็บได้เลย ดีไหมครับ
คนจ่าย: อืมๆ องค์กรเราจะได้ดูไฮเทคด้วยเนอะ เอาๆๆ
พอทำเสร็จแล้ว
คนทำ: ตรงหน้า contact จะให้ส่งไปที่ใครดีครับ
คนจ่าย: หือ ส่งอะไร
คนทำ: ก็ส่งอีเมล์ไงครับ
คนจ่าย: อีเมล์คืออะไร?
คนทำ: …
(ล้อกันเล่นนะ [...]
Posted by: iamia on: ตุลาคม 20, 2008
เจ้าของบล็อกหายไปกับกระแสสังคมสักพักใหญ่
บวกกับการงานรุมเร้าให้กลางคืนไม่ได้มีสมาธิเขียนบล็อก
หายไปราวกับทิ้งบล็อกให้ร้างเลยทีเดียว
บัดนี้ กลับมาแล้ว คนอ่านหายกันไปหมดหรือยังน้อ แฮ่
ว่าจะอัพเดทบล็อกสั้นๆสลับกับบล็อกยาวๆดีกว่า
ไม่งั้นเขียนบล็อกยาวๆทีไร
ต้องหาจังหวะว่างงาน จะได้มีสมาธิต่อเนื่องยาวๆนานๆ ในการอัพ
วันนี้เรามาว่าด้วยการ “เก็บข้อมูลจากผู้ใช้”
เป็นการฉลองตีมใหม่ก็แล้วกัน
ทนใช้อันเก่าอยู่ได้ตั้งนาน
นักพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และระบบแทบจะร้อยทั้งร้อย
ต้องเจอกับประสบการณ์ฝันหวานอย่างเรื่องลูกค้าเปลี่ยนแปลงโดยถ้วนหน้ากันแล้ว
บางคนจึงคร้านจะคุยกับลูกค้า นั่งเทียนเอาเองง่ายกว่าเยอะเลย
และหลายๆครั้งก็ประสบพบเจอว่า นั่งเทียนหรือถาม ก็มักจะมีค่าเท่ากัน
ประเด็นคือ ปรกติแล้ว เรามักจะเจอลูกค้า หรือผู้ใช้ที่ไม่รู้หรอกว่าต้องการอะไรกันแน่
ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราๆที่จะต้องคิดว่าจะทำอะไรให้ลูกค้าดี
เช่น ลูกค้าอาจจะคิดแค่ว่า เขาอยากได้กาต้มน้ำที่ทำให้น้ำเดือดเร็วๆ
ถ้าเราฟังลูกค้ามาแค่นี้ เราก็สามารถที่จะผลิตกาต้มน้ำที่ทำให้น้ำเดือดเร็วๆได้
เพราะเรามี know-how ในการทำกาต้มน้ำอยู่แล้ว
แต่ความแตกต่างก็คือ
เราไม่เคยรู้ว่าลูกค้าแขนไม่ค่อยดี เดินลำบาก หูตึง บางทีก็ให้หลานตัวเล็กๆยกให้
และนั่นเป็นสิ่งที่ชี้วัดว่า
กาต้มน้ำที่เราผลิตนั้น ลูกค้าใช้งานแล้วจะดีร้ายเด่นด้อยปลอดภัยอันตรายขนาดไหนกัน
เส้นบางๆระหว่างการ”ทำได้” กับการ”ทำได้ดี” มันอยู่ตรงนี้ล่ะ
นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องมานั่งเก็บข้อมูลจากผู้ใช้กัน
การเก็บข้อมูลจากผู้ใช้
ไม่ได้แปลว่า เราต้องไปเอาผู้คนมาจำนวนหนึ่ง
แล้วเก็บไว้ในห้องที่เราเตรียมไว้ แล้วให้ทำสิ่งที่เราต้องการ
เราเคยทำ focus group อยู่ 2 ครั้ง
ในแบบที่จับมานั่งในห้องที่กำหนด
แต่ด้วยการทำงานช่วงหลังๆ ที่ใช้วิธีวิ่งไปคุยกับผู้ใช้ถึงที่ทำงาน
ก็พบว่า เออ มันจริงกว่ากัน
เราจะได้เห็นทั้งซีนการทำงานของเขา
สิ่งที่อยู่บนโต๊ะเขาทั้งหลาย เอกสารที่ใช้งานจริง
ประสิทธิภาพของเครื่องที่เขาใช้อยู่จริง
รวมไปถึงความชำนาญและความเคยชินในการใช้งานที่เครื่องของเขาเอง
การได้มาซึ่งข้อมูลจากผู้ใช้ในกรณีนี้ จะมาจากสองทางได้แก่
1. การสอบถาม
2. การสังเกตการณ์
การสอบถาม ก็อย่างเช่น การถามประชาชนว่าเลือกตั้งคราวนี้ จะเลือกใคร
การถามสาวๆว่า ในแต่ละเดือน ใช้จ่ายไปกับอะไรเป็นส่วนใหญ่
เป็นการเก็บข้อมูลในมิติของ “ความคิดเห็น” (Attitudinal)
นั่นคือข้อมูลที่ให้จากการที่เขาคิดว่าเขามี เขาเป็น เขาทำ
บางคนอาจจะงงว่า อ้าว ก็แล้วไง
คนบอกว่าเลือกพรรคสีส้ม มันก็คือข้อมูลว่าคนๆนั้นเลือกพรรคสีส้ม
หญิงสาวบอกว่าเธอใช้จ่ายไปกับมะม่วงดองมากที่สุด
มันก็คือข้อมูลว่าเธอซื้อมะม่วงดองเป็นจำนวนเงินมากที่สุด
ซึ่งเอาเข้าจริงๆแล้ว อาจจะทำตามนั้นหรือไม่ก็ได้
เพราะมันคือสิ่งที่เขาคิดว่าเขาทำ
แต่ก็ไม่ใช่ว่า เป็นข้อมูลที่เชื่อถือไม่ได้
เพียงเราต้องเข้าใจว่า มันเป็นข้อมูลระดับความคิดเห็น
ซึ่งเราอาจจะต้องมานั่งกรองกับผู้ใช้อีกทีหนึ่งว่า
มันเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นไปตามที่คิดเห็นจริงๆหรือไม่
ส่วนการสังเกตการณ์ ก็เทียบกับการดูผลการเลือกตั้งของจริง
หรือการที่ไปเห็นหญิงสาวซื้อของจริงๆ
เอาเข้าจริงประชาชนอาจจะเลือกพรรคสีฟ้ามากกว่า
หรือหญิงสาวที่บอกว่าเอาเงินส่วนมากไปซื้อมะม่วงดองนั้น
เอาเข้าจริงแล้ว เธออาจจะละลายเงินไปกับเสื้อผ้าที่ลดราคามากกว่าก็ได้
นี่คือข้อมูลที่เก็บขึ้นในมิติของ [...]
Comments