Posted by: iamia on: มีนาคม 18, 2008
(ยกมาจาก Gotoknow.org ที่เขียนไว้เมื่อ ๘ ธ.ค. ๒๕๔๙)
Luke ได้สรุปพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคกับเรื่องของการใช้งานไว้ว่า ตอนที่เขาจะเลือกซื้อสินค้า ก็คือตอนที่ก่อนจะใช้งานจริงนั้น ผู้บริโภคจะตัดสินใจจากความน่าซื้อกับคุณภาพที่มันทำได้ เช่น จำนวนลักษณะการใช้งาน ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะทำให้การใช้งานลำบากขึ้นจากการที่มันทำอะไรต่อมิอะไรได้มากขึ้นนั้น ผู้บริโภคก็ยังมีแนวโน้มที่จะเลือกสินค้าที่มี Feature คือการตั้งค่า/การใช้งาน มากกว่าสินค้าที่มีน้อยกว่าอยู่ดี แต่เมื่อใช้งานไปแล้ว ปัจจัยเรื่องคุณภาพของการใช้งานหรือ Usability นั้นก็เริ่มสำคัญขึ้นมาเหนือความหลากหลายใน Feature ทั้งหลาย
นี่เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เมื่อเราต้องออกแบบสินค้าให้มีความหลากหลายในการใช้งานเพื่อเรียกร้องความสนใจให้ลูกค้าควักกระเป๋า และในทางเดียวกันก็ต้องทำให้ประทับใจจากการใช้งานที่ง่ายด้วย
Barry Schwartz ได้ยกตัวอย่างความขัดแย้งนี้ ในการทดสอบของ Barry นั้น ผู้ร่วมทดสอบอยากจะมีเครื่องเล่น CD ที่มีฟังก์ชั่นอยู่ 21 รายการมากกว่าอีกอันที่มี 7 รายการ แต่เมื่อเริ่มใช้งานเครื่องเล่น CD 21 รายการนั้นสักพักหนึ่ง ก็จะกลับมาอยากได้แบบ 7 รายการมากกว่า
ในชีวิตเรามีอะไรที่ต้องเลือกมากมาย ในซุปเปอร์ เราอาจจะเจอคุกกี้เป็นร้อยแบบ ชาเป็นสิบๆยี่ห้อ น้ำสลัดสิบกว่าอย่างยี่สิบกว่ายี่ห้อ ยาสีฟันห้าสิบกว่าแบบ ซึ่งการที่มีทางเลือกนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีในชีวิต แต่ถ้ามีมากไป ก็จะเกิดผลเสียขึ้น ได้แก่
Paralysis:
ทางเลือกเยอะไป อาจจะนำไปสู่การที่ลูกค้าไม่เลือกอะไรเลย ในการทดสอบซึ่งนำมายกตัวอย่างกันหลายทีแล้วก็คือ ร้านที่ให้ลูกค้าเลือกแยม 24 แบบ กับ [...]
Comments