i am IA

Archive for the ‘Marketing’ Category

หลายๆคนที่ไปดูภาพยนตร์เรื่อง ห้าแพร่ง มา
คงจะมีประสบการณ์คล้ายๆกันตอนที่มีหนังตัวอย่างเรื่องหนึ่งฉายขึ้น
 
นั่นคือเสียงกรี๊ดระบบเซนเซอร์ราวนด์โดยมิได้นัดหมายของสาวๆทั้งโรง
เมื่อพบกับหน้าใสๆของพี่เคนธีรเดช เบ้อเริ่มเทิ่มทิ่มเข้าเต็มๆสองตา
กับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของค่ายฟีลกู๊ดอย่าง GTH (@gthchannel)
 
มีเสียงสงสัยประปราย ว่าทำไมอะไรกันกับพี่เคนนักหนา
ทำไมพี่เคนถึงได้เป็นที่ปรารถนาของสาวทุกเหล่าทัพโดยแทบจะพร้อมเพรียงกันขนาดนี้
หลังจากใช้โครโมโซม XX ที่มีอยู่ในตัว บวกกับประสบการณ์ที่สั่งสมมานานปี
เราก็ได้คำตอบว่า
 
“เพราะว่าพี่เคนตอบครบทุกโจทย์”
 
 
ใครๆก็อาจจะนึกแค่ว่า ผู้หญิงชอบคนหล่อ รวย นิสัยดี ฉลาด
แต่จริงๆแล้ว Requirement พื้นฐานที่ผู้หญิงมีต่อผู้ชาย
จะหนีไม่พ้น Requirement ทางด้านความรู้สึกดังนี้
 
Requirement ขั้นที่ 1. การได้ครองโครโมโซม XY
ถ้าเป็น Maslow ขั้นนี้จะเป็นปัจจัยสี่ พื้นฐานของชีวิต
ซึ่งตรงกับความต้องการพื้นฐานของผู้สาวสักคนที่จะหาผู้บ่าวมาเป็นแฟน
คนๆนั้นต้องเป็นผู้ชายก่อนเลย อันดับแรก ข้อนี้ พี่เคนผ่านฉลุยโดยไม่ต้องสอบ
 
Requirement ขั้นที่ 2. ความเป็นน้องสาว ลูกสาว
อย่าง Maslow นั้น จะต้องการความปลอดภัยในชีวิต
ในที่นี้ ผู้หญิงก็ต้องการความมั่นคง และอบอุ่น
เหมือนที่ได้จากพี่ชายที่แสนดี คุณพ่อที่แสนใจดี
ผู้หญิงหลายๆคนก็อยากได้ฟิลที่เป็นเด็กสาวตัวน้อยๆในอ้อมกอดเจ้าชายอันองอาจ
แน่นอน พี่เคนให้ได้ (ถ้าเขาจะให้) ทั้งปัจจัยทางกายภาพและจินตภาพ
สาวๆสัมผัสความอบอุ่นผะผ่าวของพี่เคนได้จากแววตาและท่าทาง
ข้อนี้ ถ้าพี่เคนต้องสอบ ก็สอบผ่านอย่างไม่ต้องสงสัย
 
Requirement ขั้นที่ 3. ความเป็นคนรัก
Maslow เรียกขั้นนี้ว่า ความต้องการที่จะได้รับความรัก
ดูไป พี่เคนก็มีความโรแมนซ์อยู่ในตัวอีกนั่นแหละ
นี่ยังไม่นับว่าหน้าตารูปร่างดึงดูดเพศตรงข้ามประมาณหนึ่ง
ความเร้าใจ รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ กล้ามใหญ่ไหล่กว้าง (สำหรับสาวๆบางคนอาจจะรู้สึกว่าดึงดูดจ้าดนัก)
แถมยังรักเดียวใจเดียวอย่างนี้ บวกไปอีกห้าสิบแต้ม ข้อนี้ ให้พี่เคนผ่านแน่นอน
 
Requirement [...]

50 business tips (เซ็ตแรก) กับ Social Media

Posted by: iamia on: สิงหาคม 26, 2009

จริงๆจะอัพอีกเรื่อง
แต่จนแล้วจนรอดก็เขียนไม่เสร็จสักที
จนรู้สึกละอายต่อบาปครั้งนี้ยิ่งนัก
ขอเขียนเรื่องนี้ขัดตาทัพก่อนก็แล้วกัน
 
รู้จัก Social Media กันมาก็นานพอดู
วันนี้นึกครึ้มลองลิสต์ทิปในการใช้ Social Media ในแง่ธุรกิจออกมาดีกว่า
ในที่นี้ พูดถึง Social Media โดยรวมนะ ไม่เจาะจงอันใดอันหนึ่ง
เห็นเมืองนอกเขาเขียนกันโครมๆเต็มเน็ตไปหมด
ก็อยากเขียนเวอร์ชั่นภาษาไทยบ้างง่ะ อิอิ
 
1. Follower หรือ Friend ของคุณแต่ละคน ไม่ได้สนใจคุณในระดับความเข้มข้นที่เท่ากัน และไม่ถือว่า เท่ากับ “เพื่อน” ในชีวิตจริง
เพราะการคลิก Add, Follow มันง่ายดายเกินกว่าคำว่าเพื่อนจะสร้างจากปุ่มๆเดียว
 
2. Follower หรือ Friend ใน Social Media ไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของคุณทุกย่างก้าว สิ่งที่คุณพูดวันนี้ อาจจะสำคัญ แต่บังเอิญเขาไม่ได้ล็อกอินเข้ามา ก็พลาดกันไป
 
3. จำนวนผู้ติดตามเราในแต่ละเว็บ Social Media มักจะมีจำนวนที่ซ้ำซ้อนกัน
เช่น ใน twitter มีผู้ติดตาม 200 คน ใน hi5 มีผู้ติดตาม 500 คน
เราจะนับว่า มีคนติดตามเราทั้งหมด 700 คนไม่ได้ เพราะบางคนติดตามเราทั้งสองช่องทาง
 
4. กฏ [...]

การตลาดแบบ DTC vs การตลาดแบบ DFC

Posted by: iamia on: มิถุนายน 17, 2009

 
ใครทำธุรกิจ แล้วไม่อยากมีลูกค้าบ้าง?
 
นั่นสิ ถ้าไม่อยากแล้วจะทำไปทำไมกั๊นนน…
 
เจ้าของธุรกิจใดๆก็ตาม
ถ้าต้องการให้กิจการรุ่งเรือง
ก็มักจะปรารถนาให้มีช่องทางปล่อยคาถาเข้าสู่ผู้บริโภค ให้มาซื้อของๆตนกันทั้งนั้น
แม้แต่องค์กรไม่แสวงหากำไร ก็พยายามเข้าถึงคนที่จะมีโอกาสควักเงินสนับสนุนให้ได้
การตลาดที่พยายามเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโดยตรง
ทำกันมาตั้งแต่เก่าก่อน ตั้งแต่มีสื่อมวลชนเกิดขึ้น
ตัวอย่างเช่น โฆษณาเพลงหมอลำ ที่เปิดกระหน่ำวิทยุขณะพี่สมศรีกำลังรีดผ้าให้คุณนาย
โฆษณาสบู่ผิวขาวคนกรุงเทพ ที่ออนแอร์ขณะคุณนายกำลังดูดาวพระศุกร์รีเมคที่สามสิบแปด
โฆษณาเครื่องสำอาง ในนิตยสารประจำร้านทำผม
โฆษณา work at hell ที่ป๊อบอัพขึ้นมาทิ่มตาเราเวลาเปิดเว็บหลายๆแห่ง
โปรโมชั่นแจกฟรีที่พักบวกชุดว่ายน้ำ โดยใช้โควต้าคะแนนสมาชิกในบางเว็บ
โปรโมชั่นแจกยาสระผมตัวใหม่ หน้าออฟฟิศแถวสีลม
หวังว่าจะให้ลูกค้าได้มีโอกาสในชีวิตที่เห็นแบรนด์ เห็นสินค้าของตนกันทั้งนั้น
เรื่องอย่างนี้ บางทีก็พึ่งยี่ปั๊ว ซาปั๊วให้คอยโปรโมทสินค้าเรา (เพราะจะสะสมยอดขาย) ไม่ได้
เพราะถ้าลูกค้าไม่รู้จัก ไม่ซื้อ พี่ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ก็ไม่อยากเอาของเราไปวางให้เกะกะร้านเช่นกัน
(มันขายไม่ออกก็ทำยอดไม่ได้ ไปไป๊ เอาของของนายกลับไปดีกว่า อย่ามาล่อด้วยของรางวัล ชิชะ)
การตลาดแบบนี้ เป็นอันรู้กันว่ามันคือ การตลาดที่เข้าถึงโดยตรงต่อผู้บริโภค
หรือเรียกเป็นภาษาปะกิดว่า DTC Direct-to-Consumer Marketing นั่นเอง
 
 
อยู่มาวันหนึ่ง พระเจ้าก็ส่งอินเทอร์เน็ตมากำเนิดบนโลกมนุษย์
แล้วตั้งแต่นั้นมา โลกก็เปลี่ยนไป โดยที่คนทำธุรกิจ และนักการตลาดหลายๆคนยังไม่รู้ตัว
 
เงินที่มากกว่า ไม่ได้ทำให้มีอำนาจในการส่งสาร
อย่างที่เรารู้ๆกัน และพูดๆกัน
เรามาถึงยุคที่ข้อมูลเต็มโลกไปหมด
เราไม่สามารถปิดบัง หรือเอาหัวมุดทราย ทำเป็นไม่เห็นได้
ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ
เมื่อกลางปีที่แล้ว เขียนไว้ใน entry นี้
http://iamia.wordpress.com/2008/07/13/consumer-review/
ว่า

บริษัท Opinion Research Corporation
ได้ทำวิจัยสำหรับผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ใน US เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ถึงอิทธิพลของ Consumer review
ปรากฏว่า 61% ของจำนวนผู้ซื้อทั้งหมดที่สำรวจ [...]

ป้ายกำกับ: , , ,

เพิ่งกลับมาจากทริปต่างประเทศประจำปี
ที่เขาเรียกกันว่า incentive tour
ถ้าใครอยู่ในวงการค้าขายทำยอด ก็คงจะคุ้นเคยกันดี
แต่สำหรับใครที่ไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน
incentive tour แปลง่ายๆก็คือ ทัวร์หรือทริป ที่ให้เป็นของรางวัล
สำหรับผู้ที่มียอดขายตามเป้าหรือทะลุเป้า
หรือให้เป็นของรางวัลเมื่อซื้อหรือสะสมอะไรได้ตามเป้า นั่นเอง
 
ของรางวัล ของฟรี ของแถม
ปรกติก็จะใช้เพื่อกระตุ้นยอดขาย ให้สินค้าอยู่ในความทรงจำของผู้ซื้อหรือผู้ช่วยขาย
โดยของฟรีเหล่านี้ (เอาเป็นว่า ในที่นี้เรียกรวมว่าเป็น ของฟรี ก็แล้วกัน)
จะเป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่ไม้จิ้มฟัน ยันเรือรบ
 
ในชีวิตเรา ยิ่งในเมืองแล้ว คงแทบจะไม่มีใคร ที่ไม่เคยได้ของแจก
ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างสินค้า หรือของที่ระลึกต่างๆ
ไม่ว่าจะแบบเดินๆอยู่ก็ได้มาในมือ หรือต้องออกแรงแข่งขันเพื่อให้ได้มา
 
ระดับของของฟรี
เท่าที่เห็นคร่าวๆ
เราแบ่งของฟรีเป็นสามระดับ ตามความสิ้นเปลืองทรัพยากรของผู้รับ ดังนี้
๑. ส้มหล่น
เช่น เดินตามสะพานลอย หน้าออฟฟิศ ก็ได้รับแจกผ้าอนามัย แชมพู ครีมนวด
ผู้รับแทบไม่ต้องเสียทรัพยากรอะไรเลย
นอกจากพื้นที่กระเป๋าถือในวันนั้น
หรือซื้อของที่จำเป็นอยู่แล้ว แต่วันนั้นมีโปรโมชั่นแถมของอยู่พอดี
๒. ซื้อส้ม
เช่น โฆษณาให้มารับของฟรี หรือของแถม หรือเล่นเกมทางวิทยุ โทรทัศน์
รวมไปถึงการเล่นเกมรวยฟ้าผ่า แบบที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อโออิชิมาดื่ม
ผู้รับก็ต้องออกแรง ใช้เวลา ในการที่จะเอื้อมมือคว้า ให้ได้มาซึ่งของฟรีนั้น
๓. ปลูกส้ม
เช่น รางวัล incentive ทั้งหลาย
ผู้รับต้องใช้ทรัพยากรในหลายๆด้านต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทั้งทางด้านแรงงาน เวลา และเงิน
 
ของฟรีแบบส้มหล่น
มักจะไม่มีปัญหา นอกจากของฟรีนั้นจะไม่ค่อยถึงมือลูกค้าตัวจริง
ผู้รับมักจะเห่อ แต่ให้ค่ากับของฟรีเหล่านี้ต่ำ
จะโยนทิ้งก็ได้โดยที่ไม่คิดอะไรมาก ถ้าของมันห่วย
(มีปัญหาก็แค่แบรนด์ของสินค้านั้นๆ ไปอยู่ในถังขยะ ให้พ้นหูพ้นตาผู้รับ แค่นั้น)
หรือจะเล่นแข่งว่าใครได้ของฟรีหน้าออฟฟิศมากกว่า
เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในออฟฟิศ ก็ไม่ผิดกติกา
และไม่ค่อยจะทำให้ผู้รับมีทัศนคติไม่ดีเกี่ยวกับสินค้า
เพราะผู้รับก็ไม่ได้รู้สึกว่าเสียอะไรเพื่อให้ได้มา
 
ของฟรีแบบซื้อส้ม
สิ่งทีต้องพิจารณาก็เพิ่มขึ้น
แล้วแต่สถานการณ์ของแต่ละคนว่า พยายามซื้อส้มขนาดไหน
แต่ด้วยความที่ผู้รับต้องออกแรงขึ้นมาหน่อยแล้ว
แม้ว่าจะไม่ได้จ่ายเงินซื้อของฟรี [...]

ป้ายกำกับ: ,

Motivation กับ Hygiene

Posted by: iamia on: กันยายน 3, 2008

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปท่องเที่ยวที่ต่างจังหวัดหนึ่ง
(จะบอกว่าพักผ่อนก็ไม่ได้ เพราะเที่ยวเหงื่อแตกทุกวัน)
ได้มีโอกาสไปพักที่รีสอร์ทดีไซน์เก๋แห่งหนึ่ง
ที่ราคาก็สูงพอสมควร และข้าวของเครื่องใช้ก็พร้อมดี
ห้องกว้าง ระเบียงกว้าง ไม่ร้อน มีทั้งพัดลมและแอร์
มีสระว่ายน้ำสวยๆ มีจักรยานให้ขี่เล่นฟรีๆ
มีวิวงามๆเป็นภูเขารอบตัว
แต่ปัญหาส่วนตัวก็คือ เป็นคนที่แพ้แมลง
แล้วรีสอร์ทก็ช่างออกแบบให้ใกล้ชิดธรรมชาติและแมลง
ไม่ว่ารีสอร์ทจะหรูหรา ไฮคอนเซปท์ขนาดไหน
ก็รู้สึกว่าไม่ได้รับความสะดวกสบายคุ้มราคาอย่างที่ควรจะเป็น
ในงานออกแบบหนึ่งๆ
มันจะประสบความสำเร็จได้
ไม่ใช่การมี feature มากๆ เพียงอย่างเดียว
ซึ่งไม่ได้แปลว่า ผู้ใช้จะใช้ผลงานนี้ ลูกค้าจะซื้อสินค้าชิ้นนี้
และก็ไม่ใช่ว่า สินค้าที่แพงขึ้น แปลว่าให้อะไรมากขึ้น feature มากขึ้น
แล้วจะขายได้ในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ
ปัจจัยด้าน Hygiene ก็ต้องมีความสำคัญเช่นเดียวกัน
แนวความคิดนี้มาจาก Two Factor Theory หรืออีกชื่อคือ
Herzberg’s Motivation-Hygiene Theory
ที่คุณ Frederick Herzberg นักจิตวิทยาเขาพบว่า
ความพึงพอใจในงาน และความไม่พึงพอใจในงาน
ต่างเป็นปัจจัยที่ไม่ได้มีผลสัมพันธ์เนื่องกัน
ทฤษฏีนี้บอกว่า มันมีปัจจัยส่วนหนึ่งในที่ทำงาน ที่ทำให้เกิดความพึงพอใจ
และมีปัจจัยอีกส่วนหนึ่งที่แยกกัน ที่ทำให้เกิดความไม่พึงพอใจในงาน
หัวหน้างานจึงไม่ควรจะแก้ปัญหาความไม่พึงพอใจในงาน
ด้วยการเพิ่มปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในงาน
เพราะมันเป็นสองส่วนที่ไม่เกี่ยวกัน ตามนั้น
โดยเฮียเขาได้ไปทำการสัมภาษณ์วิศวกรและนักบัญชีประมาณ 200 คนในแถบ Pittsburgh
และได้พบว่า
ปัจจัยที่ทำให้พึงพอใจในงาน เช่น รางวัล สถานะ คุณค่าในตัวเอง ทำให้พวกเขาพอใจ
แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าขาดส่วนนี้ไป
ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะทำให้ความไม่พอใจในงานยิ่งมากขึ้น
แต่ปัจจัยที่มีผลโดยตรง เช่น นโยบายบริษัท ความมั่นคง เงินเดือน เพื่อนร่วมงาน
เป็นสิ่งที่มีผลว่าจะทำให้เขาไม่พึงพอใจมากหรือน้อย
ทฤษฏีนี้จึงพูดถึงปัจจัยทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายขาว Motivator คือ ปัจจัยที่ทำให้พึงพอใจในงานถ้าได้แถม
ฝ่ายดำ Hygiene คือ ปัจจัยที่ทำให้ไม่พึงพอใจในงานเมื่อขาดไป
ความหมายของ Hygiene [...]


ติดต่อ สอบถาม

ติดต่อได้ที่ i.am.ia(at)live(dot)com
หรือผ่านทางทวิตเตอร์ @malimali

Archives

Statistics

  • 38,321 hits

twitter

  • bad hair day (as usual) : -Pทวิตเมื่อ 22 hours ago
  • @pridiwang โอ้ ขอบคุณค่า ^_^ทวิตเมื่อ 2 days ago
  • RT @WebDesignDev: Blog Mistakes You Really Shouldn't Make! - http://bit.ly/2W117Zทวิตเมื่อ 2 days ago
  • อากาศเริ่มเย็น เริ่มอยากไปซื้อหมูปิ้งถาปัดจุฬา แล้วนั่งกินที่ริมสระน้ำ #fbทวิตเมื่อ 2 days ago
  • updated diary | พัทยา ลั้นลา #fbทวิตเมื่อ 2 days ago