มีโอกาสได้จับรถตู้ไปกับทางลอรีอัล ด้วยความอนุเคราะห์จากพี่พร แห่ง ฮิลส์ แอนด์ โนวล์ตัน ที่ทำให้เราได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินเล่นในที่ๆมองเห็นทะเล

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ลอรีอัลได้ฉลองวันเกิดครบรอบ 102 ปี และในปีนี้ กิจกรรมของลอรีอัลเดย์ ก็คือ เราจะไปช่วยรักษ์ปะการังกัน ซึ่งเป็นปรกติของวันเกิดลอรีอัลในทุกปีที่จะหากิจกรรมเพื่อสังคม (ส่วนใหญ่จะเน้นผู้หญิง เช่น การจัดเวิร์กชอปความงามให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง อะไรงี้)

ล้อหมุนประมาณแปดโมงครึ่ง และตรงดิ่งไปยังพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล สัตหีบ กันเลย

ซึ่งถือว่าเช้าพอตัวสำหรับนกฮูกตาตี่อย่างเรา พอเอาตัวใส่เข้าไปในรถตู้สำเร็จ ทีมงานก็แจกเสบียงดั่งประสงค์กันเลย (จริงๆก่อนหน้าขึ้นรถตู้ ทางพี่พรก็เลี้ยงสตาร์บัคส์ไปแล้วหนึ่งแก้วแล้ว แต่ทำเป็นเหมือนยังไม่ได้กินอะไร อิอิ)

พอนั่งรถตู้แล้วก็กะหลับเต็มที่ ที่ไหนได้ กลายเป็นนั่งคุยกับพี่ๆเพื่อนๆใหม่ที่มาในรถด้วย เช่น พี่อิทกรุงเทพธุรกิจ พี่หมวยมารีแคลร์ คุณกอล์ฟจากประชาชาติธุรกิจ และยังมี @Jiraz และ @iPattt รวมไปถึงพี่พร @mightynoot รวมกระบวนการรถตู้ด้วย

ถึงแล้วเอย เหล่าสาวๆลอรีอัลก็คงไปประชุมกันเพื่อฟัง orientation กิจกรรมกัน

วิทยากรประจำทริปนี้ก็คือ รศ.ดร.สุขนา ชวนิชย์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบปริญญาเอก สาขาสัตววิทยาจาก University of Hamshire เมกา ได้รับทุนวิจัยลอรีอัลประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” โดยการสนับสนุนของสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ประจำปี 2551 จากการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแนวปะการังและพื้นท้องทะเลบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา และจังหวัดใกล้เคียง หลังจากปรากฏการณ์คลื่นสึนามิ

นอกจากนี้อาจารย์ยังเป็นหนึ่งในคณะปฏิบัติงานวิทยาการ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี 2545 ด้วย และอาจารย์ได้รับคัดเลือกจากสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น ให้ร่วมเดินทางไปสำรวจทวีปแอนตาร์กติกกับคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกญี่ปุ่นที่ 51 ณ สถานีวิจัยโชวะ เพื่อร่วมศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ในปี 2552 อีกด้วย

ทำไมเราต้องรักปะการัง ก็นอกจากปะการังจะเป็นสิ่งที่สวยงาม ดึงดูดให้คนมาท่องเที่ยว ให้เราได้ภูมิใจและมีเงินใช้จากทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเรา (ที่เอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยมีใครดูแลรักษากันเท่าไหร่)แล้ว ก็ยังเป็นแนวป้องกันชายฝั่งถูกคลื่นกัดเซาะ เป็นแหล่งอาหารของมนุษย์ และเป็นบ้านและแหล่งอาหารของสัตว์น้ำนานาชนิด ซึ่งถ้าปะการังตาย ประชากรสัตว์น้ำก็ต้องถูกกระทบและตายลงเป็นห่วงโซ่ และในที่สุดก็จะกระทบมาถึงมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างที่เรารู้ๆหรือเคยได้ยินกันว่า ปัญหาหลักของปะการังในปัจจุบัน ก็คือ ปะการังฟอกขาว ซึ่งเกิดได้จากทั้งกิจกรรมของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การประมงอย่างหนักเกิน หรือผิดกฏหมาย การปล่อยของเสียออกสู่ทะเล และปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น การเกิดพายุ คลื่นสึนามิ ร่วมถึงภาวะโลกร้อนด้วย

ปะการังฟอกขาว ไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ย้อมปะการังให้มีความสวยงามไปอีกแบบ แต่ปะการังฟอกขาวคือปะการังที่เตรียมตัวตาย หรือตายแล้ว ซึ่งปะการังที่เคยมีสีสันสวยงามในทะเลไทย กำลังซีดลงและตาย รวมเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่าครึ่ง

สิ่งที่ทำให้ปะการังมีสีสัน และมีอาหารกิน ก็คือ สาหร่ายเซลเดียว ที่มีชื่อว่า ซูซานเทลลี่ ซึ่งจะอาศัยอยู่ตามเนื้อเยื่อของปะการัง ปะการังให้ที่อยู่อาศัย และซูซานสังเคราะห์แสงให้พลังงานกับปะการัง แต่เมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป เช่น อุณหภูมิสูงขึ้น หรือน้ำทะเลไม่ใสสะอาดเหมือนเมื่อก่อน ซูซานก็อยู่ไม่ได้ ต้องผละจากปะการังตรงนั้นหนีไป และเป็นสาเหตุให้ปะการังสีซีดลงเนื่องจากขาดซูซาน และสามารถตายได้ในระยะเวลาไม่กี่วันถัดมา

เวลาเรานึกถึงการปลูกปะการัง เราจะนึกถึงภาพเอาปะการังเป็นกิ่งๆไปไว้ในทะเลใช่ไหม แต่คราวนี้ ไม่ใช่ละ วิธีของอาจารย์สุชนา เป็นวิธีที่เรียกว่า เพาะพันธุ์ปะการังแบบอาศัยเพศ ปะการังจึงไม่ได้อยู่ในสภาพแบบที่เราเห็นตามรูปทั่วไป หรือในการปลูกปะการังวิธีอื่น

ปะการังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเพศ 2 เพศอยู่ในตัวเดียวกันนะ แต่มันก็ไม่เหมือนกระต่าย หมา หรือแม้แต่คนบางคน ที่หาเรื่องผสมพันธุ์ได้บ่อยครั้ง ปะการังนั้น จะปล่อยไข่และน้ำเชื้อเพียงปีละครั้งเท่านั้นเอง ความหนักหนาก็คือ ทีมต้องคอยสังเกตว่า เมื่อไหร่ที่ปะการังในทะเลปล่อยเชื้อออกมา เพราะต้องรีบไปเก็บเอาเชื้อมาเพาะในบ่อ

เตรียมลงเรือไปเกาะแสมสาร ทำเลพิทักษ์ปะการัง ในวันนี้กันเลยดีกว่า

การไปเกาะแสมสาร นั่งเรือไปแค่สิบนาทีก็ถึงแล้ว แต่เรือก็เป็นทางเดียวที่จะไปได้ ไม่สามารถนั่งซ้อนวินมอไซสองคนข้างล่าง ไปที่เกาะได้นะ ^^”

มาถึงแล้ว น้ำทะเลที่สัตหีบนี่ค่อนข้างใสเลยนะ แต่วันนี้ท้องฟ้าไม่ค่อยเป็นใจมากนัก

พอมาถึงเกาะเราก็มารวมพลกันอีกรอบ เพื่อแยกย้ายกันทำงานตามอัธยาศัย ซึ่งจะแบ่งเป็นสามทีม ทีมใหญ่สุด แน่นอน อยู่บนบก ช่วยทำบ้านให้ปะการังและทำความสะอาดบ้านปะการัง ทีมที่สอง ลุยทะเลน้ำตื้น เอาปะการังที่ปลูกบ้านให้แล้วไปไว้ในทะเล และทีมสุดท้าย นำปะการังไปส่งในทะเลที่ลึกหน่อย

แน่นอน เราอยู่ทีมแรก 555

 

ทีมแรกผู้คนมากมาย แต่งานก็มีให้ทำมากมายเช่นกัน

ปะการังนั้น พอเชื้อผสมแล้วในบ่อ เกิดการปฏิสนธิขึ้น จากนั้นมันก็จะพัฒนาเป็นตัวอ่อนระยะว่ายน้ำ เริ่มเกิดเป็นตัวเป็นตนภายใน 1 สัปดาห์ แล้วส่วนหนึ่งตัวตนมันก็จะมาเกาะที่กระเบื้องที่เตรียมไว้ให้เป็นบ้าน และอนุบาลอยู่ 1-2 ปี ก่อนนำกลับลงทะเลตรงที่พ่อแม่มันอยู่มา

พออยู่นานๆไป ตะไคร่ก็จะเริ่มขึ้น หน้าที่ชาวเราก็คือ ทำความสะอาดบ้านปะการัง โดยการเอาแปรงสีฟันมาค่อยๆขัดตะไคร่ออกเท่าที่ทำได้ นั่นเอง เพราะตะไคร่เป็นตัวขัดขวางการเจริญเติบโตของปะการังน้อยๆได้

ปะการังที่เห็นข้างล่างนี่ อายุประมาณ 1-2 ปี ก็เกาะเป็นคราบๆอย่างนี้แหละ ยังไม่ค่อย extrude ขึ้นมาเป็นปะการัง 3D ตามที่เห็นในท้องทะเลเท่าไหร่

เวลาขัดบ้านปะการัง ต้องทำใต้น้ำ (ในอ่าง) อยู่ตลอด ถ้าเอาขึ้นมาขัดกลางอากาศ ปะการังจะอ่อนแอ ถึงกับแห้งตายได้

บ้านปะการังที่รอขัดอีกเพียบ

นั่งๆขัดไปสักพักก็ไปเล่นทรายบ้าง อะไรบ้าง

หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า แล้วเบบี๋ปะการัง มันจะรู้ได้ไงว่า เกิดมาแล้วมันต้องไปเกาะอยู่ที่กระเบื้องอย่างนั้น ก็ขอบอกว่า มันไม่ได้ไปเกาะที่กระเบื้องทุกเซลล์ บางเซลล์ก็ทะลึ่งไปเกาะตามขอบบ่อ ทำให้กลายเป็นปะการังโฮมเลส ก็ต้องแงะๆออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วเอามาจับใส่บ้านใหม่ ตามรูปด้านล่าง

เอากาวตราช้าง ทาด้านหลังปะการัง แล้วเอาไปติดกับทีกอล์ฟ (ถ้าติดผิดด้าน ก็จบข่าว ปะการังตาย) ขณะทำควรให้ปะการังอยู่กลางอากาศน้อยที่สุด คนเอาหน้าจุ่มในน้ำได้ไม่นานฉันใด ปะการังก็เอาหน้าจุ่มอากาศว่างเปล่าได้ไม่นานฉันนั้น

เมื่อติดดีแล้ว ถ้าอยากได้ความคืบหน้า หรือรับปะการังเป็นลูกบุญธรรม ก็ติดป้ายชื่อกันได้เลย

เสร็จแล้วก็นำเอาไปพัก เพื่อที่จะเอาไปเลี้ยงต่อ หรือถ้าโตพอแล้ว ก็ให้อีกสองทีมเขาเอากลับลงไปในน้ำต่อไป

ก่อนออกจากเกาะ สื่อก็มารุมอาจารย์สุชนา ถามเรื่องปะการังนี่แหละ อาจารย์มีลักษณะเป็นอาจารย์จริงๆ ใจดี คุยเก่ง อธิบายด้วยภาษาง่ายๆ พูดภาษามนุษย์รู้เรื่อง

เราอาจจะเคยเห็นการปลูกปะการังแบบที่เอากิ่งๆที่โตแล้วมาเพาะใหม่ หรือที่เรียกว่า การทำปะการังเทียม โดยการเอาชิ้นส่วนของปะการังมีจากปะการังที่สมบูรณ์ หรือชิ้นส่วนที่แตกหัก มายึดกับวัสดุเช่น หิน อิฐ แท่งเหล็ก ท่อพีวีซี แล้วนำไปปลูกในที่ที่ต้องการ แต่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังพบว่า วิธีนี้มีข้อจำกัดอยู่ และยังนับว่ามีอัตราการรอดต่ำ ถ้าเกิดการฟอกขาว 

แต่วิธีการเพาะพันธุ์ปะการังแบบอาศัยเพศนี้ เป็นวิธีใหม่ ที่สามารถผลิตปะการังจำนวนมากได้ รวมทั้งมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงสูง เนื่องจากตัวอ่อนปะการังที่ได้จะมีความหลากหลายทางพันธุกรรม ซึ่งจะแข็งแรงมากกว่าปะการังเทียม และหวังว่า จะทำให้ปะการังมีโอกาสรอดสูงขึ้น และช่วยเร่งการฟื้นฟูธรรมชาติในทะเลไทย เพราะถ้าปล่อยให้ทะเลฟื้นฟูตัวเอง ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 30 ปี

ปัจจุบัน ปะการังที่เพาะพันธุ์ได้ด้วยวิธีนี้ มีมากกว่า 10 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นทั้งแบบกิ่งก้าน และแบบก้อนก้อน เมื่อเทียบอัตราการรอดของปะการังในธรรมชาติด้วยวิธีอาศัยเพศนี้ อัตรารอดในธรรมชาติมีเพียงร้อยละ 0.01 ในขณะที่ถ้าเพาะในบ่อเพาะพันธุ์ อัตราปฏิสนธิจะมีมากกว่าร้อยละ 95 และอัตราลงเกาะบ้าน ร้อยละ 50-75 และอัตรารอดภายหลังการเลี้ยงเป็นเวลา 6 เดือนจะอยู่ที่ร้อยละ 40-50

แม้ว่ากิจกรรม Day Trip ของลอรีอัลในวันนี้ จะไม่ได้เป็นการกู้โลก หรือทำให้ธรรมชาติทะเลฟื้นฟูทันตาเห็น แต่เราว่า อย่างไรก็เป็นโอกาสที่ดี ในการที่จะได้ให้คนจำนวนมาก ได้สัมผัสและรู้จักว่า มีการรักษาธรรมชาติด้วยวิธีนี้อยู่ และมันจะได้ถูกเล่าต่อกันไป อย่างน้อยเพื่อให้ฉุกคิดกันขึ้นมาได้บ้าง แม้จะไม่ทุกคน ก็ยังดี

 แฮปปี้เบิร์ดเดย์ลอรีอัลจ้า และขอบคุณทางลอรีอัลที่ได้จัดกิจกรรมแบบนี้ และได้หนีบเรากระเตงๆไปเล่นด้วย ^^