พูดเรื่องเส้นๆกันบ้าง เส้นๆในที่นี้ ไม่ใช่เส้นใหญ่ เส้นเล็ก เส้นหมี่ ก๋วยจั๊บ เซี่ยงไฮ้ แต่อย่างใด แต่มันคือเส้นผมบนหนังศีรษะ ที่คอยคุ้มแดดคุ้มฝน เป็นหลังคาให้ร่างกายเรานี่แหละ

เมื่อมีผม ก็ต้องดูแลรักษา ยิ่งมีผมยาว ก็ต้องยิ่งดูแลรักษาเข้าไปใหญ่ เพราะยิ่งผมยาว ก็ยิ่งเห็นสุขภาพผมอย่างชัดเจน

โดยส่วนตัว พอใจในผมตัวเองระดับหนึ่งนะ เล็กเป็นเส้นไหม ตรงแหนวเป็นไม้บรรทัดโดยไม่ต้องยืด ไม่เคยกัดสีผม เคยแต่โกรกผมหรือเคลือบผม แต่กระนั้น ก็แอบมีปัญหากับเส้นผมอยู่พอประมาณ

ปัญหาที่ว่าก็คือ เป็นคนผมเส้นเล็กและผมบาง ถึงแม้จะไม่ได้บางผิดปรกติ แต่เพราะหนังศีรษะมันง่าย จึงดูลีบง่ายเป็นกอลลัม ถ้าไม่ได้สระผมภายในไม่กี่วัน ต้องสระผมค่อนข้างบ่อย เช่น วันเว้นวัน หรืออย่างมากก็เว้นสองวัน แต่กลางผมถึงปลายผมจะค่อนข้างแห้ง ทำให้ปรกติเราต้องเลือกซื้อแชมพูสำหรับคนผมมัน เพราะถ้าซื้อแชมพูผมแห้ง หนังศีรษะก็จะยิ่งมันไวเข้าไปใหญ่ แต่สำหรับแชมพูผมมัน แม้ว่าผมจะแห้ง ก็ยังใช้ครีมนวดแบบ leave-on ช่วยได้บ้าง

ทั้งชีวิต คิดคร่าวๆดู น่าจะเคยใช้แชมพูที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเห็นยี่ห้อ หรือรุ่น ไม่ต่ำกว่า 50 ขวด ลองไปทั่ว ที่เราว่าใช้โอเค ไปจนถึงสระทีผื่นขึ้นทั้งหัวก็มีมาแล้ว ใช้ตั้งแต่ของฟรี ยันโอท็อป ยันแบรนด์ดีๆขวดละพันกว่า ก็ลองมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสูตรตีฟูให้ผมดูมีปริมาณมากขึ้น สูตรหอมฟุ้งไปทั้งแผ่นดิน สูตรไร้สารเคมี(มันจะเป็นไปได้ไง สรรพสิ่งในโลกเราล้วนแต่มี chemical element) สูตรธรรมชาติ(ลงโทษ?) สูตรอะไรต่อมิสูตรอะไร

แต่มีสูตรนึงที่ยังไม่เคยใช้ ก็คือ สูตรเพื่อหนังศีรษะมัน แต่ผมแห้ง แล้ววันนี้ก็ได้มา Kerastase

เพิ่งอ่านยี่หอ้ Kerastase (คีราสตาส) ถูกเมื่อไม่นานนี้เอง ก่อนหน้านี้จะอ่านว่า คีราตาเสะ ตลอด (ทำแบรนด์เขาเสียหมด) เราก็เห็นแบรนด์นี้มานานแล้วแหละ เคยใช้ด้วยเมื่อนานมาแล้ว แต่เป็นตัวไหนก็จำไม่ได้ ตั้งแต่ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเองเลยมั้ง ความประทับใจที่ได้ก็จำได้แค่ว่า มันโอเค แต่มันรู้สึกแพงมากในตอนนั้น ก็เลยไม่ได้ใช้อีกเลยหลังจากนั้น แม้ว่าเวลาไปร้านทำผม ช่างจะพยายามเชียร์ก็ตาม (เด็กเชียร์แชมพู หาได้ง่ายๆตามร้านทำผมทั่วไป ซึ่งจริงๆสร้างความลำบากใจในการปฏิเสธให้เราพอสมควร แล้วเราก็โรคจิตหน่อยๆใครมาทำให้เรารู้สึกแย่ที่ต้องปฏิเสธล่ะก็ เราก็จะปฏิเสธไปเลย ไหนๆก็ต้องรู้สึกแย่แล้วนี่ ก็เลยเป็นอีกเหตุผลที่ไม่ยอมซื้อมาลองใหม่สักที)

ก่อนหน้านี้เราค่อนข้างโอเคกับแชมพูหลายๆยี่ห้อเหมือนกัน ที่ใช้บ่อยที่สุดก็เห็นจะเป็นของ Boots ที่ขวดใหญ่ๆขายถูกๆอะ กลิ่นนู้นกลิ่นนี้ ของ Watson ก็ใช้ได้ไม่แพ้กัน และแน่นอน เราต้องใช้แชมพูใส เพราะเป็นครีมทีไร มันย่องอย่างเร็วทุกที แต่ถ้าโอเคสุด ณ ขณะนี้ ส่วนตัวเรายกให้ L’Occitane ที่มีกลิ่นหอม ผมมีโวลุ่มขึ้นมาหน่อย และไม่ทำให้ผมแห้งจนเกินไป โดยทั้งหมดทั้งปวง สระผมเสร็จก็ต้องใส่ Leave-on Conditioner ไว้ที่กลางผมถึงปลายผมด้วย เป็นอันเสร็จพิธี

วันหนึ่ง พี่แพน @PANsunshine ได้ส่งของขวัญมาให้ถึงบ้าน หนึ่งในของขวัญนั้น ก็คือ คีราตาเสะ ขวดนี้ นี่เอง

ฟังดูจริงๆมันค่อนข้างน่าสงสัยนะ ปรกติเราเคยเจอแต่แชมพูเพื่อคนผมมัน ไม่ก็ต้องแชมพูคนผมแห้งไปเลยใช่ไหม คราวนี้ เป็นแชมพูเพื่อหนังศีรษะมันแต่ปลายผมแห้ง คือ มันจะช่วยแบบเลือกที่รักมักที่ชัง ได้ยังไง แบบ พอแชมพูโดนหนังหัว แชมพูก็ อ๊ะ นี่หนังหัวๆนะ เรามาทำให้หนังหัวหายมันกันเถอะ พอแชมพูไปถึงปลายผม แชมพูก็อ๊ะ นี่ผมนะ เรามาให้น้ำมันให้ความชุ่มชื้นกันดีกว่า ไรเงี้ย ทำได้ไงเหรอ

ไหนๆก็ได้มาแล้ว มันก็ต้องลองกันสักหน่อย ว่ามันจะอะไรยังไงกัน คุ้มค่ากับราคา 940 บาทหรือไม่

เนื้อแชมพูเป็นเนื้อครีมประกายมุก ที่มีกลิ่นแชมพู้แชมพู คือมันไม่พฤกษาสมุนไพรอะไรแบบนั้น แต่กลิ่นจะออกแชมพูๆเลย แต่ไม่ใช่เหม็นฉุนนะ แค่ไม่ได้หอมกลิ่นผลไม้ กลิ่นดอกไม้ กลิ่นปะการัง ทะเลสาบ ช็อกโกแลต มะพร้าว อะไรงี้ เหมือนแชมพูทั่วไป ฟองพอประมาณ ไม่มากไม่น้อย สระลื่นๆเพลินๆได้

นี่คือผลลัพธ์ที่ออกมา เป่าลมธรรมดา ไม่ใช้ลมร้อน และไม่ใส่ครีมนวดผมใดๆเพิ่มเติม เป่าแห้งใหม่ๆ

ก็รู้สึกได้ว่าผมสะอาดนะ 555 ก็แหงล่ะ

ไม่ใช่สิ เอาเป็นว่า สิ่งที่เราต้องการ คือ ความสะอาด สระแล้วรังแคไม่ขึ้นหัว ไม่แพ้ ผมไม่แห้งชี้ฟู ได้รับการตอบสนองหมด และยังแถมด้วยความพิเศษอีกอย่างที่หายากในแชมพูอื่นๆที่เคยใช้มา ก็คือ ผมมีน้ำหนัก แต่จะมันขนาดไหน ต้องลองปล่อยทิ้งไว้ดู

ต่อไปเราก็ทิ้งไว้สองวันเต็มๆกับอีกหลายชั่วโมง ก่อนที่จะสระอีกรอบ โดยที่สองวันมานี้ เราจะอยู่ในห้องแอร์เป็นหลัก

จะเห็นได้ว่า ความมันเริ่มมาเยือน ผมเริ่มเจรจาจับตัวกันเป็นก๊กเป็นเหล่า แต่ยังไม่ถึงกับมันย่องอย่างที่เป็นปรกติ

ซูมบนหัวอีกรอบ (มองข้ามความผมบางไปด้วยนะ) ผมมันก็จริง แต่ก็ไม่ได้จับตัวกันลีบจนน่าเกลียด

สรุปจากประสบการณ์ที่ใช้มาแล้วก็คือ
มันไม่ทำให้หนังศีรษะมันน้อยลงกว่าเดิมนัก อัตราความเร็วในการมันยังพอๆกับของเดิม อัตราการสิ้นเปลืองแชมพูจึงไม่ได้น้อยลง ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ได้ทำให้ผมแห้งน้อยลงหรือมากขึ้นด้วย แต่สิ่งบวกที่ได้เพิ่มชัดๆคือ การที่ได้รู้สึกว่าผมมีน้ำหนักและสปริงตัวได้ดีมากกว่าแชมพูอื่นๆอย่างชัดเจน ทำให้เรารู้สึกว่าสุขภาพผมดีกว่าเดิม อาจจะเป็นเพราะดูเงามากขึ้นจากการมีน้ำหนักและสปริงตัวดีขึ้นก็ได้ ทั้งยังไม่ก่อรังแคเป็นแผ่นๆให้เกาเล่นด้วย

นับว่าเป็นแชมพูที่น่าใช้ตัวหนึ่งเลยนะ สำหรับคนที่มีปัญหาหนังศีรษะมันง่าย ในขณะที่ผมยาวแล้วมันแห้งจากการสระผมบ่อย เนี่ย น่าจะเป็นแชมพูอีกตัวที่ทำให้หลายๆคนพอใจได้

อัพเดท 13 สิงหาคม 2011

หลังจากใช้มาค่อนเดือน
โดยรวม ก็ยังโอเคอยู่นะ สำหรับเรา การให้น้ำหนักเส้นผมนี่เรายังโอเคเลย
แต่จะขอเพิ่มเติมนิดหน่อย เป็นปัญหาส่วนตัวและสำหรับใครที่เป็นคนแพ้ง่ายมากๆ
อาจจะมีสิวขึ้นหนังศีรษะได้ในบางที และหน้าส่วนที่โดนฟองนานๆก็จะเป็นผื่นแพ้ได้บ้าง
ใครเป็นแบบเรา ไม่ว่าจะใช้แชมพูยี่ห้ออะไร ก็ให้สระผมระวังโดนหน้าให้มากๆ
และต้องล้างผมให้รู้สึกว่าสะอาดหมดจดจริงๆ มีตกค้างไม่ได้เลย
ส่วนใหญ่คนที่ผมบาง เส้นเล็ก จะถูกกับแชมพูใสมากกว่า
คือถ้าเป็นแชมพูใส เราว่ามันยังล้างง่ายกว่าแชมพูข้นไง
เวลามาใช้แชมพูข้นหน่อยก็อาจจะทำให้ล้างออกไม่หมด ด้วยความเคยชิน

แต่ก็ต้องย้ำอีกทีนะว่า แชมพูส่วนใหญ่ที่เราใช้ เราก็มักจะมีสิวขึ้นอยู่แล้วนะ
ด้วยความที่เราเป็นคนผิวแพ้ง่าย
ไม่ใช่ยี่ห้อนี่ยี่ห้อเดียว

อัพเดท 19 มกราคม 2555

เราหยุดใช้มาสักระยะหนึ่งแล้ว
ส่วนตัวเราเอง พบว่า ถ้าใช้แต่แชมพูนี้เดี่ยวๆ และสระถี่ๆเหมือนเดิม เราจะรังแคขึ้นแฮะ
เพราะว่ามันอาจจะมันเกินไปหรือไปกระตุ้นหนังศีรษะมากไปมั้ง
แต่ถ้าใช้สลับกับแชมพูใส ปัญหาจะน้อยลง