i am IA

เมื่อเราโดนเบียดเบียนสิทธิส่วนบุคคล

Posted by: iamia on: สิงหาคม 19, 2008

*Update เรื่อง
วันรุ่งขึ้นคุณนพดลที่ TCDC โทรมาหาที่ออฟฟิศ
และได้อธิบายว่า TCDC กับ TCDC Connect แยกส่วนจากกัน
มีบริษัทต่างหากที่จัดการเรื่องเว็บ TCDC Connect
แต่จุดประสงค์อันดีก็คือ ต้องการให้เป็นที่รวมข้อมูลติดต่อของผู้ที่อยู่ในสายงานอาชีพ
ซึ่งหลายๆคนก็มี Requirement ว่า ต้องการให้ข้อมูลส่วนตัวของตนเผยแพร่อยู่บนอินเทอร์เน็ต
เพื่อลูกค้าใหม่ๆจะได้ติดต่อเข้าไปได้
แต่ประเด็นเรื่องนี้ก็คือ มันควรจะมีจดหมายหรืออีเมลขออนุญาต
หรือให้ยืนยันการยินยอมให้ทาง TCDC นำข้อมูลไปใช้ต่อ หรือเผยแพร่ได้ในการต่างๆที่รายนามมาพร้อมกับจดหมาย
ซึ่งความผิดพลาด หรือผิดคิว หรืออะไรก็ตาม นั่นก็คือ
เราไม่เคยได้หนังสือนั้นมาก่อน เลยไม่แน่ใจว่าจดหมายนี้ได้มีการจัดทำขึ้นหรือไม่
ซึ่งเข้าใจว่าเจตนาดี แต่การใช้ข้อมูลส่วนตัวของแต่ละคนก็แตกต่างกัน
ถ้าเรารู้ว่าเขาจะเอาข้อมูลไปขึ้นเว็บ เราก็คงให้ข้อมูลส่วนตัวอีกชุดหนึ่งที่ใช้ติดต่ออีกแบบหนึ่ง
ก็คงต้องเรียนรู้กันไป

อย่างไรก็ดี ทางคุณนพดลก็จะช่วยเอาข้อมูลติดต่อส่วนตัวนั้นลงให้ก่อน
ต้องขอขอบคุณคุณนพดลมา ณ ที่นี้ด้วย

ความชื่นชอบ TCDC เพิ่มกลับขึ้นมาเป็น 80%
(อีกยี่สิบขอพิสูจน์ก่อนว่าข้อมูลได้รับการนำลงจริงๆ 555)

ส่วนบทความเดิม ไม่มีการแก้ไข ไม่มีการต่อว่าแล้วลบออก
เจตนาต้องการแสดงให้เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทัศนคติของผู้ใช้
และแสดงถึงความจริงใจรวดเร็วในการแก้ไขของ TCDC
ถ้ามีข้อความไหนที่แรงไปสำหรับองค์กร TCDC ก็ขออภัยด้วย
*



พักนี้ยุ่งๆจังเลย
(มันมาแก้ตัวอีกแล้ว)
กว่าจะได้อัพที ปาเข้าไปสามสี่ชาติ

ความยุ่งยังไม่หายไป
แต่ขอมาอัพเดทสั้นๆก่อนแล้วกัน

ปรกติเราจะเป็นคนที่ระวังในการใส่ข้อมูลติดต่อส่วนตัวบนเน็ตมาก
ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย
โอเคที่จะบอกว่าตัวเองเป็นใครชื่ออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร ทำงานอะไร
จบที่ไหนมา วันๆทำอะไรบ้าง และเล่น Social Network เป็นปรกติ
แต่ว่าข้อมูลที่จะติดต่อถึงตัวเราเป็นการส่วนตัวนั้น เราต้องคิดแล้วคิดอีก
ปรกติถ้าไม่จำเป็นต้องให้ เราก็จะไม่ให้เลย
เราจึงมีโลกออนไลน์ที่ค่อนข้าง (ใช้คำว่า ค่อนข้าง ก็แล้วกัน) สงบสุข
ไม่ค่อยมีบุคคลปริศนาอยู่ๆมาแอด MSN หรือ Skype
ไม่ค่อยมีบุคคลภายนอกรู้อีเมล์เรานัก
(แต่ก็ไม่ใช่เราใจร้ายใจดำ ไม่คบมนุษย์หรอกนะ
เราก็มีทางให้ติดต่อในเบื้องต้นได้ก็ตั้งหลายทาง)

ซึ่งจริงๆก็ขอแนะนำคนอื่นในโลกออนไลน์แห่งนี้
ลงว่าถ้าเราหย่อนข้อมูลติดต่อส่วนตัวไว้ที่ใดที่หนึ่งแล้ว
ข้อมูลนั้นจะไปอยู่ในมือของใครก็ได้
ฉะนั้น ก่อนจะหย่อน ต้องคิดให้ดี
เพราะข้อมูลนั้นอาจจะถูกแพร่กระจายไปโดยไม่มีขอบเขตจำกัดก็ได้

ทางเว็บไซต์ก็เช่นกัน
ต้องมีจรรยาบรรณในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวเหล่านั้น
ถ้าไม่สามารถรับผิดชอบข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เว็บได้
หรือดันเอาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ไปแอบสร้างรายได้ให้ตัวเอง
ก็จะทำให้เดือดร้อนกันไปถ้วนหน้า
จากที่ต้องการข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้กันไปทำการตลาดบ้าง อะไรบ้าง
ผู้ใช้ก็จะเกิดความเสื่อมศรัทธา ความน่าเชื่อถือบนเว็บไซต์ก็ยิ่งจะลดลง
ซึ่งไม่ได้ส่งผลเพียงแค่เว็บเห็นแก่ตัวเว็บเดียว
แต่จะทำให้เว็บไซต์อื่นๆพลอยเสื่อมความน่าเชื่อถือไปด้วย
แต่ข่าวร้ายที่เราเพิ่งเจอก็คือ
เราเพิ่งตระหนักไม่นานมานี้ว่า
แม้แต่ข้อมูลส่วนตัวที่ให้ทางออฟไลน์
แล้วก็คิดเสมอๆว่ามันจะจบทางออฟไลน์นี่แหละ
แต่มันไม่จบแฮะ
วันดีคืนดี มันก็โผล่มาอยู่บนเน็ทเฉยเลย

แถมไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัวที่ให้ไปเปะปะด้วยนะ
พวกกรอกแบบสอบถามทั่วไป ไม่เคยให้เบอร์ติดต่ออยู่แล้ว
เงินเดือนก็ไม่เคยกรอก หลีกเลี่ยงโทรศัพท์ไม่พึงประสงค์ไว้ทุกทาง
แต่คราวนี้อุตส่าห์ให้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อบริษัทเขาในการที่จะติดต่อเรา
ปรากฏว่า เขาดันเอาข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกขึ้นเว็บ
เป็นไดเรกทอรี่ที่มีทั้งชื่อนามสกุลจริง ที่อยู่จริง เบอร์โทรศัพท์บ้าน มือถือ
ทุกอย่าง โชว์หรา และหาง่ายแค่คลิกในกูเกิ้ล

ความชื่นชอบองค์กรนี้ที่เคยมีมาตลอด
ลดลงไปกว่าครึ่ง ฮือๆ

ทำไมทำกันอย่างนี้หือ TCDC Connect ?
ถ้าคุณรู้เท่าไม่ถึงการณ์
คุณไม่มีทักษะที่จะทำ security บนเน็ท
แล้วคุณเอาข้อมูลส่วนตัวในฐานสมาชิกมาลง
โดยที่สมาชิกไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไม่ได้อนุญาตสักนิดด้วย
มันเสียมารยาทมากๆ

เราก็เลยต้องส่งข้อความขอให้เอาลง
ในแบบฟอร์มที่ในเว็บนั่นให้มา
แต่ก็ไม่มีการตอบกลับ
และเข้าไปตรวจดูทีไร
ข้อมูลส่วนตัวเราก็ยังโชว์หราสบายดีอยู่อย่างนั้น
นี่ว่าคงต้องหาเบอร์โทรศัพท์แล้วโทรไปดู
ก็ไม่รู้ว่ามันจะช่วยอะไรหรือเปล่า
หรือมันจะเป็นค่าโทรศัพท์ที่จะเสียไปเฉยๆ

แล้วมันก็เป็นเรื่องน่ารำคาญของเจ้าทุกข์เหมือนทุกๆเรื่อง
นั่นก็คือ เป็นคนเสียหาย เป็นคนเดือดร้อนแล้ว
ก็ยังต้องเป็นคนที่เสียเวลา (บางทีก็เสียเงินด้วย)
เพื่อพยายามจะทำให้อะไรๆมันดีขึ้นอีกต่างหาก

อย่าลืมว่า
ข้อมูลที่มีค่าของคนๆหนึ่ง ไม่ใช่แค่เลขบัตรเครดิตเท่านั้น
ข้อมูลส่วนตัวของแต่ละคนก็มีค่าเหมือนกัน
บางทีนักการตลาด หรือเจ้าของสินค้า หรือองค์กร
ก็เห็นค่าของข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ในแง่ประโยชน์ทางธุรกิจของตนเองเท่านั้น
แต่ไม่ทันเห็นว่า มันมีค่าเกินกว่าจะตู่เอาไปทำอะไรก็ได้

บางทีก็รู้สึกว่า ข้อมูลส่วนตัวในบ้านนี้เมืองนี้มันถูกล่วงล้ำกันง่ายเหลือเกิน
เลขบัตรประชาชนปลิวว่อน หาได้ง่ายๆ เอะอะที่นั่นที่นี่ก็จะเอา
ไม่รู้ที่ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนไปใช้งานเอกสารต่างๆเยอะแยะ
สักวันจะเจอหน้าเราบนถุงกล้วยแขกหรือเปล่า
เซลล์ไร้จรรยาบรรณโทรมาที่บ้านบอกว่าเป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียน ให้โทรกลับ
แล้วพอเราโทรเข้าหา ก็กลับมาขายของกันเห็นๆ

ทั้งนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า
ไม่ควรจะมีข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้กันเลย
ก็ไม่ต้องทำมาหากินกันล่ะ
ไม่ใช่อย่างนั้น เราหมายถึงว่า
ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ของเรา เรามีได้ ถ้ามันเป็นประโยชน์
แต่เราก็ต้องให้เกียรติข้อมูลเหล่านั้นด้วย
การที่ใครจะมาให้ข้อมูลส่วนตัวกับเรา โดยที่ก็ไม่รู้จักเราสักหน่อย
นั่นหมายความว่า เขาพร้อมที่จะมี Loyalty กับเรานะ
เราก็ต้องพร้อมที่จะเคารพ Loyalty ที่เขาให้มาด้วย

เดี๋ยวกฏหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลออกมา
ก็คงได้ดูกันว่า จะคุ้มครองผู้ใช้ได้มากขนาดไหน
โดยที่ไม่ปิดหนทางนักการตลาดที่ดีๆซะทีเดียว
เพราะก็เข้าใจแหละว่าคนเรามันก็ต้องทำมาหากิน
ขาเราข้างนึงก็อยู่ในแวดวงการตลาดเหมือนกัน
แต่บางทีเราก็เบื่อจะอธิบายว่า ทำไมถึงไม่ควรเอะอะจะเอาข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้ยันเต
เพราะตราบใดที่ยังมองว่าผู้บริโภคเป็นคนอื่น
แล้วตัวเองอยู่อีกฝ่าย ที่ต้องการจะควบคุมกลุ่มคนที่มองว่าเป็นคนอื่นกลุ่มนี้
ข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภค ก็คงจะโดนปู้ยี้ปู้ยำกันต่อไป

ระยะนี้
เราก็คงต้องระวังรักษาข้อมูลส่วนตัวกันตามมีตามเกิดไปก่อนแล้วกันนะ
ตัวใครตัวมัน

Leave a Reply

ประชาสัมพันธ์

a

Archives

Statistics

  • 28,960 hits