หายไปหลายวัน ขออภัยมิตรรักแฟนบล็อก (มีสักคนไหมเนี่ย)
พอดีรถติด ฝนตก ควายหาย หิวข้าว (เกี่ยวไหม?) เลยห่างหายกันไป
เอ้าเรามาเข้าเรื่องดีกว่า
วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องพฤติกรรมผู้ใช้อีกแล้ว
กูรูทางด้าน Web USability คุณ Jacob Nielsen เจ้าเก่า
ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง BBC ถึงเรื่องพฤติกรรมของชาวเว็บในปัจจุบัน
เขาว่า ชาวเว็บใจร้ายมากขึ้น เห็นแก่ตัวมากขึ้น และความอดทนต่ำมากขึ้น
เมื่อเข้าสู่โลกออนไลน์
แทนที่จะอ้อยอิ่งค่อยๆค้นหาเว็บไซต์
ผู้ใช้จำนวนมากต้องการหาเว็บไซต์อย่างรวดเร็ว
แล้วเมื่อทำงานหรือบรรลุผลที่ต้องการแล้ว ก็ชิ่ง
ส่วนใหญ่แล้ว ชาวเว็บจะมองข้ามสิ่งที่ทำให้เสียเวลา
เช่น โปรโมชั่น หน้าsplash เป็นต้น
ซึ่งเราก็ว่ามีส่วนถูก
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชาวเว็บโดยเฉพาะฝรั่งเขาความอดทนน้อยลงก็คือ
การที่เนตสปีดมันสูงมาก
และการที่มีเว็บไซต์ให้เลือกเข้าตั้งมากมายก่ายกอง
และพฤติกรรมการใช้ของชาวเว็บเหล่านั้นส่วนหนึ่งก็คือ
การทำงาน
ในขณะที่คนไทย เล่นฮิห้าได้ทั้งวัน เปิดกระปุกสนุกพันทิปได้ตลอดเวลาทำงาน
ไม่เห็นมันจะไปไหนเลย ก็อยู่ในนั้นอยู่เว็บๆเดียวนี่แหละ
และคนไทยยังมีความอดทนกับเน็ตมากกว่าฝรั่งอยู่เยอะ
ก็ทำยังไงได้ บางทีมันก็ไม่ค่อยเร็ว บางทีก็เข้าเว็บต่างประเทศไม่ได้ซะเฉยๆ
แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ใช่ว่า ที่เฮียเขาพูดจะใช้ไม่ได้กับคนไทยทั้งหมด
เรามาแยกการใช้งานอย่างนี้ดีกว่า
คือเว็บเนี่ย ถ้ายิ่งทำให้คนวนเวียนอยู่ข้างใน ใช้เวลานานๆกับมันได้
ก็เป็นปัจจัยทีช่วยให้มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จด้านการขายแบนเนอร์โฆษณาดี
แต่เว็บจะเป็นอย่างไรได้บ้างนั้น มันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมคนส่วนใหญ่ในประเทศเสมอไป
ท้ายสุด การใช้งานก็ยังเป็นใหญ่อยู่
เราต้องตีโจทย์ว่า สาเหตุที่เขาเข้ามาใช้งานเว็บเรา หรือบริการออนไลน์ของเรา
เขาต้องการทำอะไรบ้าง ใช้เมื่อไหร่ อย่างไร
ถ้าเราทำบริการออนไลน์แบบฮิห้า การที่มีของเล่นให้เล่นไร้สาระมากมาย
ค้นหาเจอรูปสาวๆสวยๆให้ดูทั้งวันง่ายๆ อันนั้นก็เป็นจุดเด่นไปที่ต้องทำให้มี
และถือเป็นแก่นของเว็บเหล่านี้เลยทีเดียว
แต่ถ้าเราทำบริการเช็คราคารถมือสอง
ผู้ใช้คงไม่ได้มานั่งเล่น Glitter อะไรให้เสียเวลา
เขาก็ต้องการที่จะหาราคารถที่ต้องการให้ได้เร็วที่สุด สะดวกที่สุด
แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องทำให้น่าเบื่อ แค่ไม่ต้องขนาดฮิห้า เพราะมันไม่ใช่เรื่อง
บริการออนไลน์แต่ละอย่างก็มีแก่น ฟังก์ชั่น จุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป
หลักการ Usability หลายๆข้อ จึงต้องตึงหย่อนไปตามบริการที่เสนอ
ไม่สามารถฟันธงโช๊ะเด๊ะได้ว่า
ทุกเว็บทุกบริการออนไลน์ในโลกต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เท่านั้น
อยู่ที่คุณตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ถูกหรือเปล่า
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ
คำพูดของเฮีย Jacob อาจจะเป็นจริงกว่า
สำหรับเว็บหรือบริการที่เกิดใหม่ทั้งหลายในเมืองไทยที่เริ่มจะมากขึ้นเรื่อยๆ
ถ้ามันไม่ใช่เว็บ หรือบริการที่ถูกใจใช่เลย
หรือยังไม่มีมาก่อนในเมืองไทย
ชาวเว็บก็จะใจร้าย เห็นแก่ตัว และไม่อดทน กับบริการที่เราเสนอ
เขาเห็นว่าไม่ใช่ เห็นว่าเสียเวลา ก็ปิดๆไป ไม่ค่อยได้อดทนหรอกว่าเรามีดีให้เขาอย่างไร
และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ
การเข้าถึงเว็บหรือบริการนั้น
มันเริ่มย้ายจากการที่เข้าหน้าหลัก
ไปเข้า Google ก่อน
แล้วก็ให้ Google เสนอหน้าต่างๆที่จะไปถึงสิ่งที่ต้องการได้เร็วที่สุดออกมาเลย
ซึ่งผู้สร้างเว็บบางส่วนยังไม่ทันตระหนักถึงตรงนี้นัก
ยังนึกว่าสามารถที่จะบังคับให้ผู้ใช้เดินตามทางที่กำหนดได้
(ซึ่งหลังๆอาจจะบังคับด้วย Flash)
แต่จริงๆแล้วไม่เลย
เว็บสมัยนี้ ต่างไปจากสมัยก่อนแล้ว
เว็บๆหนึ่งสมัยก่อนเรายังพอเห็นเป็นหินก้อนใหญ่ๆก้อนหนึ่งได้
เดี๋ยวนี้ เว็บๆหนึ่งสมัยนี้เปรียบเหมือนหินกรวดก้อนเล็กๆที่รวมมาอยู่กองเดียวกัน
Google มาถึงกอง ก็หยิบกรวดก้อนนั้นบ้าง ก้อนนี้บ้าง ส่งเป็นก้อนเล็กๆเท่าที่ต้องการ
ให้กับคนที่ค้นหาผ่าน Google
นิยามของเว็บ จึงเปลี่ยนไป
พฤติกรรมของผู้บริโภค ก็เลยเปลี่ยนตาม
ความใจร้อน ความไม่ใส่ใจ ก็มาจากการที่ได้ข้อมูลมาอย่างง่ายดาย
ความไม่อดทนในการทำความรู้จักกับบริการของเรา
ก็มาจากการที่ตัวเลือกในโลกออนไลน์มันแสนจะมากมาย
ความใจร้อน เพราะได้ข้อมูลมาง่าย ก็ยังรับมือได้ด้วยเทคโนโลยี
แต่ความมักง่าย เพราะได้ข้อมูลมาง่ายนี่สิ จะทำอย่างไรดีหนอ?

เห็นด้วยมากเลยครับ
แล้วพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลมาในแง่การศึกษาด้วยนะครับ
ผมเคยไปฟังการบรรยายมาเรื่องหนึ่ง
เขามาบอกว่า พฤติกรรม googling มันบั่นทอนความอดทนของเด็กในการใฝ่เรียนลงไปมาก เพราะ everything is on Google คนเลิกเข้าห้องสมุดเพื่อไปนั่งอ่านหรือไปค้นคว้ากันก็มี ส่วนใหญ่เลยใช้ชีวิตหน้าจอคอม
ตามอ่านตลอดเลยครับ ได้ความรู้มากๆ ขอบคุณนะครับ
เห็นด้วยอยู่
ใครมี Google Account ลองวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ Google ของตนเองจาก Web History ได้
I agree…..most “ชาวเว็บก็จะใจร้าย เห็นแก่ตัว และไม่อดทน”.
But there are some users (like me) that are nice.
I always say….”be nice or leave”.
ขอสมัครเป็นมิตรรักแฟนเพลงด้วยคนครับคุณพี่
ผมว่าที่คนไทยไม่ค่อยเล่นเว็บไซต์อื่นๆเท่าไรก็เนื่องมาจากความชำนานด้านภาษาอีกสาเหตุหนึ่งครับ
ชอบที่อาจารย์ยกตัวอย่างด้วยก้อนหินครับเห็นภาพชัดเจนเลย
พูดอีกก็พูดอีกครับ โดนใจจริงครับ
จริงๆ มันก็เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ WEB 2.0 นะครับ (ขอตามกระแสหน่อย) ที่ชาวเน็ตจะมีพฤติกรรม เข้าเร็ว ออกเร็ว ก็เพราะทางเลือกมันมีเยอะเกินไป
บทความนี้อาจจะเป็นเสียสะท้อนของผู้ผลิตเว็บ แต่จริงๆ แล้ว ผู้บริโภคก็ได้รับผลกระทบจากการที่มีทางเลือกมากเกินไปนะครับ อย่างเรื่อง paradox of choice นั่นไง
http://www.ted.com/index.php/talks/barry_schwartz_on_the_paradox_of_choice.html
ยังไงเรา (ทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค) ก็ยังเป็นผู้ถูกกระทำอยู่วันยังค่ำนั่นแหละครับ ถ้าคนคนนั้นยังไม่ “รู้ตัว” ว่าต้องการอะไรจริงๆ และต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้ตามความต้องการนั้นๆ
ขอกราบขอบพระคุณ