คุณแม่เล่าให้ฟังเรื่องที่คุณแม่ไปเดินที่แพลตินั่มมอลล์
ซึ่งเต็มไปด้วยเสื้อผ้าแฟชั่น สาวๆเดินกันให้ขวั่ก
และซื้อมากกว่าหนึ่งตัว สองหรือสามตัว ก็มักจะได้รับส่วนลดในราคาประมาณขายส่ง
ตามเงื่อนไขของแต่ละร้าน
คุณแม่ก็จะประหลาดใจว่า
ผู้หญิงที่ไม่รู้จักกัน ร่วมกันซื้อของเพื่อให้ได้ส่วนลดได้ด้วย
ในกรณีที่ของที่ต้องการมีจำนวนไม่พอที่จะได้ส่วนลด
ซึ่งถ้ามองในแง่เหตุผล มันก็ไม่เห็นมีอะไรผิด
แต่ถ้ามองในแง่พฤติกรรมปรกติของคนเมือง
มันก็ออกจะเป็นที่ประหลาดใจแบบขำๆอยู่เหมือนกัน
โมเดลธุรกิจบางอย่าง
ก็ทำให้มี social interaction โดยไม่ได้ตั้งใจเหมือนกันนะ
ทั้งๆที่ ตอนที่ตั้งเงื่อนไขการค้าขายนั้น
แม่ค้าเขาคงคิดแค่ว่า คนๆหนึ่งจะได้ซื้อปริมาณเพิ่มขึ้น
คงไม่ได้คิดไปถึงว่า คนที่ไม่รู้จักหลายๆคนจะเล่นมุขรวมหัวกันซื้อเอาส่วนลดได้
แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่ได้ทำให้ผลประโยชน์ของแม่ค้าน้อยลง
เพราะแม่ค้าก็จะได้ลูกค้า ที่ไม่ยอมซื้อถ้าซื้อตัวเดียวแล้วได้ราคาแพงกว่า มาอีกด้วย
ทำให้นึกไปถึงธุรกิจออนไลน์ ที่อยู่ใน social network
ซึ่งกำลังเริ่มตื่นตัวกันขึ้นเรื่อยๆ
ว่ากันว่า social network จะทำให้เกิดมิติใหม่หลายๆมิติในการพาณิชย์มากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากการโฆษณา
ขึ้นชื่อว่า social network มันก็บอกตรงๆอยู่แล้วว่า
เป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางด้านสังคม
ตั้งแต่เปิดใจให้แก่กัน ไปจนถึงรวมหัวกันเพื่อผลประโยชน์อะไรบางอย่าง
ไม่ต่างกับชมรม หรือสมาคมในโลกออฟไลน์อะไรเลย
อีกหน่อยเราอาจจะได้เห็น social network ที่มีฟังก์ชันใช้งานจริงๆมากกว่านี้
เป็นที่ๆคนรวมหัวกันซื้อของ และเป็นที่ๆคนรวมหัวกันได้เงิน
มีฟังก์ชั่นช่วยให้ซื้อของผ่านกันได้ดีขึ้น
มีอะไรอีกตั้งเยอะตั้งแยะมากมายที่กลุ่มคนต่างๆยังได้ประโยชน์
ก็ดูกันต่อไปว่า social network ยุคถัดไป
จะทำอะไรกันได้บ้าง นอกจากแปะรูป วีดีโอ และข้อมูลส่วนตัว
และเช่นเดิม
ใครทำก่อน มีสิทธิ์ก่อน
.
อัพเดท 20 กรกฏาคม 2554
แม่นนะเนี่ย ตอนนี้ groupon, ensogo ดังสนั่นหวั่นไหว

ตั่งแต่ลองเล่นพวก social network กับคนไทยด้วยกันมา
ผมว่า facebook นี่ล่ะ ที่ทำให้ภาพของการจับตัวเป็นก้อนเพื่อวัตถุประสงค์
ดุชัดมากขึ้น
ชอบโพสต์นี้มากครับ อ่านแล้วทำให้ได้คิดอะไรเยอะเลย
มันน่าสนใจที่โมเดลนี้นอกจากจะมีจุดประสงค์ในการหากำไรแล้ว ยังมีจุดประสงค์ในการสร้าง Social network
ผมว่ามุกนี้น่าจะดีถ้าเกิดธุรกิจนั้นสามารถคิดอะไรมารองรับมิติความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ให้เกิดสังคมขึ้นมาเพราะธุรกิจของผู้ขาย เพื่อสร้างความผูกพันต่อไป
สงสัยคงต้องคิดต่ออีกเยอะ แต่ขอบคุณสำหรับไอเดียดีๆนะครับ
นึกไม่ถึงว่าจะมีคนทำแบบนี้ด้วย
เป็น social network ที่แปลกดีครับ
สงสัยว่าจะมีคนตั้งกลุ่ม “รวม 3 ราคาส่ง” หรือเปล่า
ท่าทางจะเป็นกลุ่มที่ฮาดี
โมเดลแบบนี้มีคนทำแล้วนะครับ ชื่อว่า MobShop กับ Mercata ซึ่งก็ล้มไปแล้วทั้งคู่ ( http://www.theregister.co.uk/2001/01/16/mobshop_ditches_consumer_biz/ กับ http://news.cnet.com/2100-1017-250529.html) ไม่แน่ใจว่ามีเว็บอื่นอีกรึเปล่า คิดว่าถึงมีก็คงไม่ดังและใหญ่มากเท่าไหร่
โดยทฤษฎีแล้ว โมเดลนี้เป็นโมเดลที่น่าสนใจเลยทีเดียวนะครับ แต่ปัญหาคือบริษัทจะผ่านช่วงแรกของการทำธุรกิจไปได้รึเปล่า ซึ่งในช่วงแรกนี้คนซื้อก็ยังไม่เยอะ การรวมกลุ่มไม่ค่อยเกิดผลเท่าไหร่ เมื่อคนน้อย คนก็ไม่อยากจะรอ เพราะเสียเวลา และราคาก็ไม่ได้ต่างจากการซื้อจาก Amazon ซึ่งซื้อได้ทันที ซักเท่าไหร่
แต่ถ้าโมเดลนี้ทำโดยผู้เล่นรายใหญ่ เช่น Facebook หรือ MySpace ก็อาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะนั่นเค้ามีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่อยู่แล้ว … แต่การเพิ่ม business model จากแค่ social network website อย่างเดียว มาเพิ่ม aggregate buying เข้าไปด้วยนี่ค่อนข้างจะเกินตัวไปอยู่เหมือนกันนะ
สรุปคือมันเริ่มจากเล็กๆยาก ถ้าทำแล้วต้องทำใหญ่เลย